"การนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศไปประยุกต์ใช้ในองค์กร"
ระบบ
ICT(Information
and Communication Technology) มีความหมายคือ
"เทคโนโลยีด้านข้อมูลข่าวสารและการติดต่อสื่อสาร" การใช้ไอซีทีตามที่ ยูเนสโก
ได้กล่าวถึงนั้น ได้เข้ามามีบทบาททางการศึกษาเป็นอย่างมาก ในลักษณะของอินเทอร์เนต ซิ่งปัจุบันมีการจัดตั้งกระทรวงใหม่ชื่อ
"กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร-Ministry of Information and
Communication Technology" หรือกระทรวงไอซีที-ICT ส่วนบุคคลระบบICT
สามารถช่วยเชื่อมต่อตัวเรากับข้อมูลข่าวสารทุกอย่างรอบตัวและข้อมูลที่ต้องการค้นคว้า
เป็นเหมือนตัวกลางให้มนุษย์ใช้สื่อกัน
และอื่นๆอีกมากมายเพื่อให้เกิดความสะดวกสะบายแก่มนุษย์ทำให้เกิดประโชน์สูงสุด ทางด้านการศึกษาประโยชน์เป็นอย่างมาก คือ ครูผู้สอนสามารถใช้ในการจัดการเรียนการสอน
ทั้งในรูปแบบของงานสอน การวิจัย และการประเมินผล ซึ่งรูปแบบการสอนด้วย ICTเข้าถึงทั่วทุกจุด
และประเทศที่ใช้มากที่สุดคือ อเมริกาเหนือ และในเอเซีย คือประเทศญี่ปุ่น
โดยในระบบจะใช้ในห้องสมุด การจัดการเรียนการสอน นอกระบบเช่นพิพิธภัณฑ์ ซึ่งการการใช้ระบบ
ICTนี้จะแพร่หลายมากขึ้นในชีวิตประจำวัน
ทั้งCD มัลติมีเดีย ต่าง ๆ จากแต่เดิมที่ ICT มีบทบาทมากำกับการเรียนของนักเรียนนั้น
ได้มีการเปลี่ยนแปลงว่ากลายเป็นนักเรียนและครูเป็นผู้สร้างเอง
และการเรียนการสอนนี้สามารถที่จะเรียนรู้ได้ทุกสถานที่ ทุกเวลา โดยการเรียนรู้ด้วยรูปแบบนี้มีประสิทธิภาพมากขึ้นคือ
1.มีประสิทธิภาพมากกว่าการสอน ในห้องเรียน
จากเดิม
2.แต่บางครั้งในบางรายวิชาที่ไม่เหมาะสมก็ไม่ควรนำมาทำเป็นICT
3.มีความคุ้มค่าหรือไม่ในการนำบทเรียนมาสร้างเป็น
ICT
บทบาทความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศคือ
ความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทำให้มีการพัฒนาคิดค้นสิ่งอำนวยความสะดวกสบายต่อการดำรงชีวิตเป็นอันมาก
เทคโนโลยีได้เข้ามาเสริมปัจจัยพื้นฐานการดำรงชีวิตได้เป็นอย่างดี
เทคโนโลยีทำให้การสร้างที่พักอาศัยมีคุณภาพมาตรฐาน
สามารถผลิตสินค้าและให้บริการต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์มากขึ้น
เทคโนโลยีทำให้ระบบการผลิตสามารถผลิตสินค้าได้เป็นจำนวนมากมีราคาถูกลง
สินค้าได้คุณภาพ เทคโนโลยีทำให้มีการติดต่อสื่อสารกันได้สะดวก
การเดินทางเชื่อมโยงถึงกันทำให้ประชากรในโลกติดต่อรับฟังข่าวสารกันได้ตลอดเวลา
พัฒนาการของเทคโนโลยีทำให้ชีวิตความเป็นอยู่เปลี่ยนไปมาก
เทคโนโลยีเริ่มเข้ามาช่วยในการพิมพ์
ทำให้การสื่อสารด้วยข้อความและภาษาเพิ่มขึ้นมาก
เทคโนโลยีพัฒนามาจนถึงการสื่อสารกัน
โดยส่งข้อความเป็นเสียงทางสายโทรศัพท์ได้ประมาณร้อยกว่าปีที่แล้ว
และเมื่อประมาณห้าสิบปีที่แล้ว
ก็มีการส่งภาพโทรทัศน์และคอมพิวเตอร์ทำให้มีการใช้สารสนเทศในรูปแบบข่าวสารมากขึ้น
ในปัจจุบันมีสถานที่วิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ แ ละสื่อต่าง ๆ
ที่ใช้ในการกระจ่ายข่าวสาร มีการแพร่ภาพทางโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเพื่อรายงานเหตุการณ์สด
เห็นได้ชัดว่าเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทอย่างมาก
บทบาทของการพัฒนาเทคโนโลยีรวดเร็วขึ้นเมื่อมีการพัฒนาอุปกรณ์ทางด้านคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ
จะเห็นได้ว่าในช่วงสี่ห้าปีที่ผ่านมาจะมีผลิตภัณฑ์ใหม่
ซึ่งมีคอมพิวเตอร์เข้าไปเกี่ยวข้องให้เห็นอยู่ตลอดเวลา
ผู้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมีเพิ่มขึ้นทุกวัน
และได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งที่จำเป็น ต่อการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจในปัจจุบัน
เทคโนโลยีเหล่านี้ได้แก่ อินเทอร์เน็ต การประชุมวิดีโอทางไกล ระบบเครือข่าย
และระบบสารสนเทศเพื่อการวิเคราะห์และตัดสินใจ เป็นต้น
นอกจากนี้เทคโนโลยีเหล่านี้ยังถือว่าเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาองค์กรในอนาคต
ดังจะเห็นได้จากเดฟ อุลริช
ปรมาจารย์ทางด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ระบุว่าเทคโนโลยีเป็นปัจจัยสำคัญอันหนึ่งที่จะมีบทบาทสำคัญต่อการแข่งขันธุรกิจในอนาคต
(1) เช่นเดียวกันกับ คัมมิ่ง และเวอร์รี่
ผู้เชี่ยวชาญในด้านการพัฒนาองค์กรและการบริหารการเปลี่ยนแปลงได้จัดให้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นสิ่งหนึ่งที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในองค์กร
(2) เทคโนโลยีที่ใช้กันในปัจจุบันจึงถือว่าเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญที่จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเก็บรวบรวมข้อมูล
การแก้ไขเปลี่ยนแปลง การเรียกดูข้อมูล การประมวลผล การใช้งานร่วมกันแบบหลายๆ คน
และการวิเคราะห์ข้อมูลทำได้ง่ายขึ้น มีค่าใช้จ่ายต่ำลง
เพิ่มคุณค่าและประโยชน์ในการใช้งานข้อมูล
และสารสนเทศที่ได้มาจะมีคุณภาพในการนำไปวิเคราะห์และใช้งานมากเพิ่มขึ้น
ในขณะเดียวกันเทคโนโลยียังสามารถช่วยให้เกิดการพัฒนและปรับปรุงกระบวนการในการผลิตและการทำงานให้มีต้นทุนที่ต่ำลง
ใช้เวลาในการทำงานที่ลดลง และได้สินค้าหรือผลลัพธ์ที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น ดังนั้น
เทคโนโลยีจึงมีความสำคัญต่อการพัฒนาองค์กรเป็นอย่างยิ่ง
คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์
มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์
เข้าเยี่ยมชมการใช้งานระบบ ICT ในการเรียนการสอน
(E-ClassNet) และจัดการข้อมูลบุคลากรภายในองค์กร (Ed-Office) คณะศึกษาศาสตร์
มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งเป็นระบบที่คณาจารย์ของคณะ ได้ร่วมกันพัฒนาขึ้นเองโดยมี
ผศ.ดร.ไพศาล สุวรรณน้อย คณบดี เป็นประธานกล่าวต้อนรับผศ.ดร.นเรศ สุรสิทธิ์
คณบดีคณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ พร้อมด้วยรองคณบดี ที่ปรึกษาคณบดี คณาจารย์ และบุคลากร
เข้ารับฟังการบรรยายและการสาธิตการใช้งานระบบ E-ClassNet และ Ed-Office เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการเรียนการสอนและการปฏิบัติงานด้วย
ICT ตามแผนงานพัฒนาอาจารย์ของคณะ ในการนี้ อาจารย์สมพงษ์ พันธุรัตน์
จากสาขาการวัดและประเมินผลการศึกษา และ ผศ.ดร. เสาวนี ตรีพุทธรัตน์
ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบริหาร
ได้ร่วมกันสาธิตการใช้งานระบบ E-ClassNet และ Ed-Office อย่างละเอียดและตอบข้อซักถามต่างๆ
ตลอดจนรับฟังข้อกังวล และการชี้แนะอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
อันจะนำไปสู่การพัฒนาระบบให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ระบบ E-ClassNet ถูกพัฒนาขึ้นโดยคณาจารย์คณะศึกษาศาสตร์ เป็นรูปแบบการเรียนการสอนด้วย ICT ที่ผู้สอนและผู้เรียนสามารถสื่อสารกันผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
ซึ่งมีเนื้อหาและสาระการเรียนรู้ ภาระงาน และการสะท้อนผลการปฏิบัติงาน
ที่อาจารย์ผู้สอนรายวิชานั้นสร้างขึ้น
โดยจะเป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกในกรณีที่ผู้สอนติดภาระงานราชการอย่างอื่น
ไม่สามารถทำการสอนในห้องเรียนได้ และเปิดโอกาสให้นักศึกษาสามารถส่งงานนอกเวลาเรียนได้ง่ายขึ้น ในขณะที่ ระบบ Ed-Office
เป็นการจัดการข้อมูลบุคลากรภายในองค์กร
แสดงถึงภาระงานและสะท้อนผลการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ
ผู้บริหารสามารถนำข้อมูลมาพิจารณาเพื่อประเมินการทำงาน บุคลากรใช้เป็นพื้นที่กระจายข่าวสาร
ตลอดจนช่วยให้งานสารบรรณเป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว
ประหยัดเอกสารหรือจดหมายเวียนต่างๆ
ผศ.ดร. เสาวนี ตรีพุทธรัตน์ กล่าวว่า แม้ E-ClassNet จะมีประโยชน์อย่างมากในการขยายข้อจำกัดของการเรียนการสอนในห้องเรียนปกติ
แต่ไม่ได้หมายความว่าจะใช้แทนการสอนทั้งหมดได้ เพราะห้องเรียนยังคงมีความสำคัญอย่างมากในแง่ของความสัมพันธ์ระหว่างครูกับศิษย์ และระบบ ICT ก็ยังคงประเมินการพัฒนาด้านคุณลักษณ์ของผู้เรียนได้น้อยมาก
องค์กรการศึกที่ยกตัวอย่างได้มีการนำระบบICTเข้ามาใช้ โดยใช้การเรียนการสอนระยะไกลระหว่างผู้เรียนและผู้สอน โดยสามารถทำได้ผ่านระบบ(Video
Conference) และระบบจัดการข้อมูลที่แสดงผลให้ผู้บริหารองค์กรเห็นถึงภาพรวมเพื่อการตัดสินใจภายในองค์กรเป็นต้น
ผลดีของระบบนี้คือสามารถทำให้ผู้เสอนสามารถถ่ายทอดความรู้ให้ผู้เรียนได้โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ในสถาณที่เดียวกัน ผลเสียคือ ทำให้การมีปฎิสัมพันธ์น้อยลง
เพราะมีตัวกลางมาคั่น
ในปัจุบันมีระบบICTมาช่วยแทบทุกองค์และทุกบุคคล
เพื่อให้เกิดประโยชน์และความสะดวกสบายสูงสุด
ซึ่งก็มีการพัฒนาอยู่อย่างไม่สิ้นสุด
แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้มนุษย์ติดความสะดวกสบายเหล่านี้มากเกินจำเป็น
รวมไปถึงการใช้ไปในทางที่ผิด ทำให้เกิดการรับข้อมูลที่เป็นผลเสียแก่ตนเอง
เราควรใช้วิจารณญาณ
ในการรับข้อมูลข่าวสารเป็นสิ่งสำคัญด้วยเช่นกัน
บทความนี้อ้างอิงจาก
http://www.kku.ac.th/kkunews/index.php?option=com_content&task=view&id=2166&Itemid=55(จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น)